COVID-19 : ช่วงเวลาแห่งการตกตะกอน

 
สวัสดีค่า มิ้งค์ นะค้า ผู้ก่อตั้งและผู้จัดการฝ่ายการตลาดของ Brand D.I.Y. by Keng ในช่วงต้น ๆ ของ วิกฤต COVID-19 ที่ทางรัฐบาลได้มีคำสั่งปิดห้างสรรพสินค้า มิ้งค์ได้เขียนบทความนึงใน Facebook ส่วนตัว จึงอยากนำมาแบ่งปันให้ทุก ๆ ท่านได้อ่านกันค่าาา
------------------------------------
COVID-19 : ช่วงเวลาแห่งการตกตะกอน
------------------------------------
เราไม่ใช่ “นักธุรกิจ” แต่เราเป็นแค่ “คนทำการ์ดที่ให้เป็นสื่อกลางในการส่งความรู้สึกดี ๆ ระหว่างคนสู่คน” เท่านั้นเอง
・・・
เราเป็นคนอ่านหนังสือมาหลายปีแล้ว และหลายครั้งก็รู้สึกแปลกใจว่า ในเวลาที่เราต้องการคำชี้แนะหรือกำลังค้นหาความหมายอะไรบางอย่างในชีวิต หนังสือที่หยิบมาอ่านในช่วงเวลานั้นมักจะให้คำตอบที่ตรงกับคำถามในใจ เป็น Guide นำทางในเวลาที่หัวใจต้องการ ได้อย่างถูกจังหวะจนน่าประหลาด จนบางครั้งเราไม่รู้ว่าจะเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ว่าความบังเอิญ หรือ ชะตาลิขิตดี
 
เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2563 รัฐบาลสั่งปิดห้างทั่วกรุงเทพและปริมณฑล นั่นหมายความว่าระหว่างนี้ D.I.Y. by Keng แทบจะไม่มีรายได้เข้าบริษัทฯ เลยอย่างแน่นอนและไม่รู้จะเป็นไปอีกนานเท่าไหร่ จังหวะนี้ก็ประจวบเหมาะกับการได้คำตอบจาก Messages from The Masters หนังสือที่อ่านจบในวันนั้นพอดี ท่ามกลางวิกฤตการณ์ ถ้อยคำชี้นำหัวใจที่ได้จากหนังสือเล่มนี้อย่างถูกจังหวะคือ
 
ดวงวิญญาณไร้เพศ ไร้ฮอร์โมน ไร้ความโน้มเอียงทางชีวภาพใด ๆ ดวงวิญญาณคือพลังงานที่แสนบริสุทธิ์และเปี่ยมล้นด้วยความรัก
 
เมื่อไหร่ที่เราได้รับรู้ถึงธรรมชาติแห่งจิตวิญญาณ เราก็จะจำธาตุแท้ตัวจริงของเราได้เสียที ว่าเราไม่มีวันตายและศักดิ์สิทธิ์งดงามยิ่ง พอเราจำได้เราก็จะ “ละเลิก” จิตใจแห่งความรุงแรง ความแค้นเคียดเกลียดชัง การชี้นิ้วบงการคนอื่น ความเห็นแก่ตัวและการเป็นเจ้าข้าวเจ้าของวัตถุและชีวิตคนอื่นได้ง่ายกว่าเมื่อก่อนจริง ๆ
 
การเปิดใจรับความรัก ความเมตตา การให้ทาน ความหวัง ความศรัทธาและการร่วมแรงร่วมใจก็จะเป็นเรื่องที่เราทำง่าย เป็นธรรมชาตินิสัยไปเลย
 
ปกติเมื่อกำลังอ่านหนังสือจบเล่มหนึ่งใกล้จบ เรามักจะหยิบหนังสือเล่มถัดไปออกจากชั้นเพื่อที่จะอ่านต่อมาเตรียมไว้ ตอนแรกหนังสือที่จะอ่านต่อจาก Messages from The Masters คือ NO EXCUSES - กำจัดข้ออ้างสุดท้ายออกจากชีวิต - ของ Brian Tracy แต่เมื่อได้ฟังข่าวการสั่งปิดห้างทั่วกรุงเทพและปริมณฑล เราก็เปลี่ยนเป็นหยิบ ริเน็น สร้างธุรกิจ 100 ปี ด้วยหลักคิดแบบญี่ปุ่น ขึ้นมาในนาทีสุดท้าย และบอกได้เลยว่าไม่ผิดหวังจริง ๆ
 
การได้อ่านหนังสือเล่มนี้ไปแค่ 36 หน้า มันทำให้เราได้พูดคุยและทบทวนวัตถุประสงค์ในการทำ D.I.Y. by Keng อย่างเข้มข้น เมื่ออ่านถึงประโยคสั้น ๆ ที่เป็นตัวหนาว่า “เราทำธุรกิจเพื่ออะไร” ประโยคนี้เป็นคำถามที่ถามมาได้ถูกจังหวะเข้าอย่างจัง มันทำให้เรากลับมาหวนคิดว่าเราทำ D.I.Y. by Keng เพื่ออะไร ช่วงที่เป็นวัยรุ่นจนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ เราป็นคนชอบงานศิลปะที่มี Gimmick มี Idea ผ่านการนำเสนอในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น หนังหรือ Poster โฆษณา หรือว่าจะเป็นสินค้ามี Idea เก๋ ๆ เราเป็นคนชอบดู Graphic สวย ๆ เป็นชีวิตจิตใจ
 
เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว การที่ได้มีโอกาสไปเรียนหนังสือที่อเมริกา ก็ได้นำพาเราไปเจอ Scrapbook ที่คนที่นู่นทำขายอย่างจริงจัง ที่มาของคำว่า Scrapbook ก็คือการที่เราไปเอา Scrap หรือ เศษนั่น เศษนี่ มาปะติด ตกแต่งจนกลายเป็นสมุดภาพบันทึกความทรงจำดี ๆ เก็บไว้เองหรือส่งมอบให้คนอื่น ในขณะที่อเมริกา มีการผลิตอุปกรณ์เหล่านี้ออกมาจำหน่ายเป็นอุตสาหกรรมอย่างแพร่หลาย แต่ยุคนั้นของคนไทยจะมีขายแค่สมุดเปล่า ๆ พิมพ์ลายบ้างเล็กน้อยให้เด็ก ๆ นักเรียนที่กำลังจบการศึกษาเขียน Friendship เพื่อส่งความรู้สึกดี ๆ ให้กัน ใครอยากตกแต่ง Friendship ให้ดูมี Style ก็จะต้องไปตัดรูป ตัดตัวอักษรจากนิตยสารต่าง ๆ มาปะติดกันเอง
 
ครั้งแรกที่เจอร้าน Scrapbook ถ้าจำไม่ผิดเจอตอนข้ามชายแดนไปเที่ยว Vancouver, Canada เราถูกดูดไปอยู่ในร้านนี้โดยไม่ทันรู้ตัว อารมณ์เหมือนตอนอยู่ปวช.ที่เจอร้าน Loft ที่ Siam Discovery ครั้งแรกแล้วถูกดูดเข้าไป ชั่วโมงนั้นถือเป็นชั่วโมงต้องมนต์เลยทีเดียว ในที่สุดเมื่อกลับมาเมืองไทย โชคชะตาก็ได้นำพาเรามาทำธุรกิจนี้จนได้
 
ในยุคที่เริ่มทำธุรกิจนี้ใหม่ ๆ ก็เป็นยุคที่เริ่มกำเนิดร้าน Scrapbook หลาย ๆ ร้านในกรุงเทพ ซึ่งร้านส่วนใหญ่แทบทั้งหมดจะนำเข้าสินค้า Scrapbook Brand ดังจากอเมริกาเข้ามาจำหน่าย แต่สำหรับเราซึ่งที่เป็นคนที่ชอบงานออกแบบ ได้พิจารณาแล้วว่า Scrapbook ในประเทศไทย ณ​ ขณะนั้นไม่มี Brand ไหนที่ถูกผลิตและออกแบบโดยคนไทยเลย เราอยากเป็น Scrapbook Brand แรกที่ออกแบบและผลิตโดยคนไทย จากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็เป็นเวลาร่วม 10 ปีแล้ว
 
ในยุคที่ Scrapbook เฟื่องฟู ในประเทศไทย มีร้าน Scrapbook ในแบบ Stand Alone ที่นำเข้าสินค้ามาจำหน่ายเป็น 10 ร้าน แต่เมื่อเวลาผ่านไป แต่ละร้านเริ่มทยอยปิดตัวลง จนปัจจุบันเท่าที่ทราบร้านประเภทนี้แทบจะไม่มีเหลือแล้วในประเทศนี้ Jumbo Gift เป็นร้านที่อยู่ใน Central World มายาวนาน และเป็นคู่ค้ากับ D.I.Y. by Keng ก็ได้ปิดร้านลงเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังมีการจัดจำหน่ายทาง Online อยู่บ้าง
 
สำหรับ D.I.Y. by Keng เราก็ไม่เคยนึกว่าเราจะเดินทางมาได้ถึงวันนี้ วันที่เรามี Couter จำหน่าย Scrapbook ที่ออกแบบและผลิตโดยคนไทย มากถึง 50 Counters D.I.Y. by Keng เป็น Brand Scrapbook เพียงไม่กี่ Brand ที่อยู่รอดมาถึงปัจจุบัน และเชื่อว่าเป็น Brand ไทย Brand เดียวที่จัดตั้งบริษัทเพื่อผลิต Scrapbook อย่างเต็มรูปแบบ และ เป็นธุรกิจหลักหนึ่งเดียวของบริษัท ที่ยังทำหน้าที่ผลิตเครื่องมือส่งความรู้สึกดี ๆ ให้กับประชาชนคนไทยในปัจจุบัน
 
กลับมาที่คำถาม “เราทำธุรกิจเพื่ออะไร” เมื่อย้อนนึกไปวันที่เริ่มทำธุรกิจนี้ เราทำเพราะเราชอบ เราหลงไหลในสิ่งนี้ ประกอบกับการไปตื๊อขอพ่อซื้อเครื่องพิมพ์ราคาแสนแพง มันจึงเป็นการบังคับว่าเราต้องทำรายได้จากสิ่งนี้ให้ได้มาก ยิ่งเมื่อเราเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีก ต้นทุนและค่าใช้จ่ายก็ยิ่งมากขึ้น ในช่วง 2-3 ปี แรกในการทำธุรกิจ การต้องทำให้ได้มาก ทำให้เราหลงทางอยู่พักนึงเลยทีเดียว หลาย ๆ ครั้งเหนื่อยแบบไร้สติ ในวันที่มีตัวแทนญี่ปุ่น นำเข้าสินค้าเราไปเป็น Container ไปจำหน่าย ในร้าน LOFT Aeon และ ใน TOKYU HANDS (ในวันนั้นไปเที่ยวญี่ปุ่นพอดี หัวใจมันพองโตมาก อมยิ้มไม่หุบ ที่ได้เห็นสินค้า Brand ตัวเองไปวางขายในห้างดังของญี่ปุ่น)
 
แต่ปรากฎว่าการนำเข้าญี่ปุ่นไปจำหน่ายในครั้งนั้นไม่ประสบความสำเร็จ แม้จะมีหลายสาเหตุแต่ส่วนหนึ่งคือ โครงสร้างราคาและต้นทุนของเราสูงเกินไปจนราคา Retail Price ที่จำหน่ายหน้าร้านสูงมาก ตอนนั้นคิดแค่ว่าจะทำอย่างไรให้ Distributor ต่างประเทศสามารถนำสินค้าของเราไปขายได้
 
เราเคยหลงคิดที่จะหาวิธีผลิตสินค้าให้ได้มาก กดกำไรตัวเองลงมาเพื่อให้ขายได้ในราคาที่ถูกแสนถูก เพื่อที่จะทำให้ตัวแทนในต่างประเทศนำสินค้าเราไปจำหน่ายให้สำเร็จให้จนได้ เราคิดและทำแบบนี้สักพักนึงจนเราลืมไปว่าคุณค่าของงานที่เราทำจากน้ำพักน้ำแรงมันอยู่ตรงไหน เป็นวันที่เราหลงลืมไปจริง ๆ ว่าเราทำสิ่งนี้เพื่ออะไร วัน เวลา ผ่านไป ท่ามกลางปัญหาและอุปสรรค ความไม่ประสบความสำเร็จในการทำตลาดต่างประเทศ ทำให้เราเร่ิมไม่มีความสุขกับสิ่งที่เราเคยรักเคยชอบที่จะทำ
 
เหตุนี้ทำให้เรากลับมาถามตัวเองเมื่อหลายปีก่อน ว่าเราทำ D.I.Y. by Keng ทำไม แรกเริ่มเดิมทีเราทำสิ่งนี้เพราะอะไร คำตอบที่ได้คือ เพราะเราชอบในงาน Design ชอบที่จะเห็นรอยยิ้มของคนที่เห็นงานออกแบบของเราใช่ไหม แล้ววันนี้เราทำอะไรอยู่ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ปณิธานที่เราตั้งใจที่จะทำธุรกิจนี้ก็เพราะเรารู้สึกดีใจและรู้สึกมีคุณค่าที่ได้เป็นผู้ผลิตสินค้าที่เป็นสื่อกลางในการส่งความรู้สึกดี ๆ ระหว่างคนสู่คน เรารู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นรอยยิ้มของลูกค้าที่ได้ทำและได้รับสินค้าของเราจากคนอีกคนนึง เรารู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่ทีมงานของเรารู้สึกภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการส่งมอบสินค้าดี ๆ เหล่านี้สู่สังคมและเพื่อนมนุษย์
 
มันเป็นระยะเวลาหลายปีมาแล้วที่เราไม่ได้ให้ความสำคัญกับยอดขายและกำไรเป็นอันดับ 1 หลาย ๆ ครั้งที่เราตัดสินใจรับ Order OEM ให้กับ Brand ดังในตลาด เพราะเราได้วิเคราะห์แล้วว่าเราสามารถสร้างคุณค่าให้ลูกค้าได้และลูกค้าก็เห็นคุณค่าของเรา โดยตัดสินใจสั่งซื้อด้วยเหตุผลที่ไม่ใช่เพราะว่าราคาของเราถูกที่สุดในบรรดา Supplier ของพวกเขา และหากงานไหนที่เราวิเคราะห์แล้วว่า ถ้าเรารับแล้วเราไม่สามารถสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าได้ หรือ ลูกค้าไม่ได้เห็นคุณค่าในสิ่งที่เราทำเราก็จะไม่รับ เรารู้สึกขอบคุณลูกค้าทุกครั้งที่เห็นคุณค่าของพวกเราชาว D.I.Y. by Keng
 
เมื่อต้นปีที่ผ่านมาเราได้มีโอกาสประชุมกับร้าน Chain Store ที่มีสาขามากมายใน อเมริกา ยุโรปและออสเตรเลีย ที่ในแต่ละปีนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยเป็นหลักพันล้าน ร้านนี้สนใจสินค้าของทาง Brand แต่สิ่งที่เรากังวลคือ เค้าจะเห็นคุณค่าสินค้าของเราจริง ๆ หรือเปล่า ในการประชุมเราเลือกที่จะจริงใจกับหัวใจตัวเองโดยการให้ข้อมูลและสอบถามอย่างไม่กังวลเลยว่าสิ่งที่ถามไปเค้าจะซื้อสินค้าจากเราหรือไม่
 
เราถามอย่างตรงไปตรงมาว่าโครงสร้างราคาเราเป็นแบบนี้ คุณลูกค้าคิดว่าสามารถทำตลาดได้หรือเปล่าคะ ตอนแรกลูกค้าก็ถามว่าเราไม่ลองพิจารณาผลิตสินค้าในจำนวนที่มากขึ้นเพื่อให้ได้ต้นทุนต่อชิ้นที่ต่ำลงหรอ เราตอบไปว่าเราไม่อยากที่จะผลิตสินค้าด้วยราคาที่ไม่เหมาะสมกับแรงกายแรงใจที่พวกเราทุ่มเท และสิ่งที่เราไม่ต้องการให้เป็นอย่างที่สุดคือ เราผลิตไปเยอะเพื่อให้สินค้าไปวางเฉย ๆ อยู่หน้าร้าน
 
เราบอกเลยว่าเราทำใจไม่ได้ ที่จะเห็นสินค้าที่เราตั้งใจทำไม่สามารถขายได้ เราทำใจไม่ได้ที่ลูกค้าจะรับซื้อสินค้าของเราไปแล้วไม่สามารถสร้างดอกผลจากมันได้ ถ้าเราขายสินค้าให้ใครเราอยากให้สินค้าเราขายได้และสร้างดอกผลให้กับคู่ค้าเราเช่นกัน
 
เมื่อลูกค้าท่านนั้นถามถึงจำนวนขั้นต่ำในการสั่งซื้อ คำตอบที่ตอบไปก็น้อยแสนน้อยสำหรับลูกค้าที่สรรหาสินค้าให้ห้างใหญ่ที่มักเจอแต่ขั้นต่ำที่สูงมาก ๆ ราคาต่อชิ้นต่ำ ๆ ถามเสียงสูงออกมาด้วยความประหลาดใจว่า ห๊า!!!! เท่านี้เองหรอ เราตอบกลับไปว่าใช่ค่ะ เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาเราได้พิสูจน์แล้วว่า การขายผ่านคนกลางทำให้ราคาสินค้าที่เป็นราคาค้าปลีกที่ขายหน้าร้านมีราคาสูงมากจนลูกค้าซื้อไม่ไหวหรือไม่เราก็ต้องขายในราคาต่ำมากจนพวกเรารู้สึกว่าแรงกายแรงใจของเราไม่มีค่า เราเลยเลือกที่จะตั้งขั้นต่ำที่ไม่สูงเพื่อให้ร้านค้าเล็ก ๆ ซื้อตรงกับเราได้มากกว่าที่จะขายในราคาต่ำ ๆ ในจำนวนที่มาก ๆ
 
สุดท้ายเราจบการประชุมด้วยว่าเราขอบคุณที่คุณลูกค้าเห็นและชอบสินค้าของพวกเรา ลูกค้าไปพบสินค้าพวกเราที่ Isetan และไม่มองข้ามสิ่งที่พวกเราทำ จนติดต่อเข้ามาทางบริษัทว่าสนใจสินค้าของ D.I.Y. by Keng และเป็นเหตุให้เกิดการนัดประชุมในวันนี้ สิ่งนี้เป็นกำลังใจสำหรับพวกเรามาก ๆ
 
เราจะลองไปคิดราคาที่เราจำหน่ายได้ดู เพื่อเสนอกับ Buyer ที่จะบินมาพิจารณาสินค้าเราด้วยตัวเอง (แต่ท้ายที่สุด Buyer ท่านนั้นไม่สามารถบินมาจาก Australia ได้ เนื่องจากวิกฤตการณ์ Covid 19) เราจะลองคุยดูว่าเงื่อนไขที่เราจะนำเสนอจะเป็นไปได้ไหมที่จะทำธุรกิจร่วมกัน ถ้าได้พวกเราจะรู้สึกดีใจมากที่มีคนเห็นคุณค่าในสิ่งที่พวกเราทำ ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรเราเข้าใจ
 
สุดท้ายเราจากกันไปด้วยคำถามจากลูกค้าว่า พวกเราทำแบบนี้ มันทำแบบพอเพียงจริง ๆ นะ เราอยู่กันได้หรอ เราก็ตอบว่าเราก็อยู่กันมาได้มาเป็น 10 ปี แล้ว เราเดินมาไกลกว่าที่เราคิดมากแล้ว
 
และก็เป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่เมื่อวานเป็นวันที่เราต้องนำเงินสำรองที่บริษัทมีมากางดูว่า ถ้าไม่มีรายได้เลยโดยไม่รู้ว่าจะเป็นไปอีกนานเท่าไหร่ เงินสำรองที่เรามีจะต่ออายุบริษัทไปอีกนานแค่ไหน มันก็เป็นเรื่องที่เราภูมิใจเล็ก ๆ นะ ว่าเราขายการ์ดด้วยปณิธานแบบนี้ แม้ไม่ได้สร้างยอดขายและกำไรที่น่าหวือหวาอะไร แม้ตัวเลขเงินสำรองไม่ได้มากในสายตาใครหลายคน แต่ก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่เรารู้สึกภูมิใจ
 
ยิ่งทำธุรกิจนี้ไป ก็ยิ่งได้เห็นรอยยิ้ม ความรู้สึกดี ๆ ของคุณลูกค้า ของทีมงาน เรามีความรู้สึกดีทุก ๆ ครั้งที่ได้เห็นความสุขของลูกค้าที่มาเข้าร่วมกิจกรรมกับทางบริษัท เรามีความสุขทุกครั้งที่เพื่อนร่วมงานของเรารู้สึกภูมิใจในตัวเองที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ D.I.Y. by Keng
 
วาเลนไทน์ที่ผ่านมา มีอยู่หนึ่งวันที่เด็กจัดกิจกรรมที่หน้าร้านจนกลับถึงบ้านกัน ห้าทุ่มเที่ยงคืน เราถามเด็ก ๆ ว่าเหนื่อยมั๊ยคำตอบที่ได้รับคือ ผมเห็นลูกค้ามีความสุข ผมก็ดีใจคับ ฟังแล้วน้ำตาจะไหล
 
ยิ่งเวลาผ่านไปวัตถุประสงค์ในการทำธุรกิจนี้ก็ยิ่งชัดเจน นั่นคือ เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการผลิตสินค้าที่เป็นเครื่องมือในการส่งมอบความรู้สึกดี ๆ จากคนสู่คนให้กับสังคม ถ้าวันใดวันนึงถ้าธุรกิจนี้ต้องล้มหายตายจากไปจากสังคมไทยเราก็จะรู้สึกว่าเราเสียใจเล็ก ๆ แต่เราก็ภูมิใจว่าเราได้ทำหน้าที่นี้มานานขนาดนี้ เรามาไกลกว่าที่เราคิดตอนแรกไว้เยอะ
 
การเขียนบทความนี้มันมีสิ่งหนึ่งที่ตกตะกอนในใจว่า ในฐานะที่เกิดมาในครอบครัวคนทำธุรกิจ บอกเลยว่าความคิดนี้เป็นความคิดที่อาจจะไม่สามารถเข้าใจได้ว่าทำไมเรามีความคิดในการทำธรุกิจแบบนี้ แต่คำตอบของเราสำหรับสิ่งนี้ก็คือ เราไม่ใช่ “นักธุรกิจ” เราเป็นแค่ “คนทำการ์ด” ที่ทำด้วยหัวใจ 
 
เราบอกเพื่อนร่วมงานเสมอ และบอกมาหลายปีมาก ๆ แล้ว ว่าสินค้าที่พวกเรากำลังทำกันอยู่ มันคือสินค้า Heart Made นะคะ สินค้าที่พวกเรากำลังผลิต เราผลิตด้วยมือแต่ขอให้ส่งความรักและความปราถนาดีของพวกเราไปในสินค้าทุกชิ้น ทุกขั้นตอน ทุก ๆ กิจกรรมที่พวกเราทำ เชื่อสิลูกค้าจะสัมผัสได้
 
เราไม่รู้ว่าอนาคต D.I.Y. by Keng จะเป็นอย่างไร แต่ในช่วงที่เรายังมีโอกาสได้ปฏิบัติหน้าที่เราจะทำอย่างเต็มที่ และความรักและชอบใน Scrapbook มันมีมากจนกระทั่งออกแบบ ทำ Brand ผลิตด้วยตัวเองยังอยู่ในใจไม่เสื่อมคลาย และ ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคน ทุกธุรกิจที่จะต้องฝ่าฝันวิกฤตการณ์นี้ไปด้วยกันนะคะ
 
ทุกครั้งที่ได้แต่งการ์ดจาก Brand ตัวเองมีความสุขจัง ขณะนี้มีน้ำตาอยู่คลอเบ้า
 
 
 
สุดท้ายขอบคุณ คุณพ่อ คุณแม่ ที่เป็นจุดกำเนิดให้เกิด D.I.Y. by Keng D.I.Y. by Keng จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้า Pa Ma ไม่อนุญาติให้ไปเรียนต่างประเทศ ไม่ซื้อเครื่องพิมพ์ให้ ที่สำคัญ Keng (เค็ง) คือ ชื่อคุณแม่ ที่นำมาตั้งชื่อ Brand เพื่อเป็นสิริมงคลค่า
 
 
24 มีนาคม 2563
Visitors: 8,583